(Oneshot) It's Raining .. {RicSyung}
posted on 07 Sep 2008 22:55 by cornflake in Fiction
2008.09.07
Fei -- very busy fei
( May 19th 2008 )
Title : It's Raining
Rate : shonen-ai, oneshot
Pairing : RicSyung ♥♥
Disclaimer : ลืมเอามาเก็บในบล็อคเลยแหะ;
นี่เป็นฟิค ไม่ใช่ fact ไม่ได้อิงมาจากความจริงใดๆทั้งสิ้น
เปาะแปะ เปาะแปะ..
ฝนตกอีกแล้ว
ชายหนุ่มหน้าสวยเหลือบไปเหม่อมองนอกกระจก ม่านฝนทำให้ทัศนียภาพข้างนอกดูไม่ค่อยน่าอภิรมย์นัก แค่พอจะเห็นได้ลางๆว่ามีร้านต็อกหาบเร่อยู่ที่อีกฟากหนึ่งของถนน ป้ายรถประจำทางที่เคยแน่นขนัดไปด้วยผู้คน บัดนี้กลับว่างเปล่าและเงียบเหงา เด็กนักเรียนสองสามคนยืนกลบอยู่ใต้กันสาดของร้านสะดวกซื้อ
ชินเฮซองยิ้มเล็กๆให้กับตัวเอง เอื้อมมือไปสัมผัสกระจกที่เย็นเฉียบเพราะฝนกลางฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองในจอคอมพิวเตอร์ รอยยิ้มจุดที่มุมปากของเขา ข้อความต่อว่าจากเพื่อนร่วมทีมหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาด เขาหันไปมองสภาพฐานทัพที่เกือบจะเละไม่มีชิ้นดี แต่เรื่องแบบนี้เขาชินเสียแล้ว
มือเรียวลากเม้าส์มาป้อนคำสั่งให้กับตัวละครในจอ ก่อนจะขยับไปที่แป้นคีย์บอร์ดตรงหน้าแล้วพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
‘พวกโง่! ลืมไปแล้วหรือไง ว่าพวกแกเล่นอยู่ทีมเดียวกับ starcraft king น่ะ!’
เปาะแปะ เปาะแปะ..
ฝนตกอีกแล้ว
เอริค มุน หันไปมองนอกหน้าต่างอย่างหงุดหงิด เสียงฝนเปาะแปะที่ดังเข้ามาเป็นเหมือนน้ำกรดที่กำลังกรัดกร่อนความอดทนของเขาลงไปทีละน้อย จนในตอนนี้มันแทบจะไม่เหลือแล้ว มือหนาเคาะลงกับโต๊ะเป็นจังหวะรัวๆเร็วๆตามเสียงเพลงที่เปิดอยู่ แต่ถึงจะเปิดดังแค่ไหน เสียงเปาะแปะจากข้างนอกก็ดูเหมือนจะแทรกเข้ามาได้ทุกทีสิน่า
สายฝนที่เทลงมาเหมือนไม่มีทีท่าจะหยุดนั่นยิ่งเพิ่มความรำคาญให้กับเขาเข้าไปอีก นอกหน้าต่างนั่นมีเด็กนักเรียนยืนรอรถกลับบ้านอยู่ใกล้ๆร้านสะดวกซื้อ เขารู้สึกแย่แทนเด็กพวกนั้นจริงๆ โชคดีที่อย่างน้อยเอริคก็ยังอยู่ภายใต้หลังคา
เสียงเพลงผ่านพ้นมาจนถึงท่อนฮุคสุดท้าย เอริคถอนหายใจแล้วขยับไปหยิบเฮดโฟนมาสวมลงบนหัวอีกครั้ง เขาฉีกยิ้มอย่างเบื่อๆ แล้วกรอกเสียงทุ้มนุ่มลงไป
‘สวัสดีครับ ผมดีเจเอริค’
ตื๊ด..
เสียงเตือนของนาฬิกาข้อมือดังขึ้นเบาๆเพื่อบอกเวลาของวันใหม่ ลูกค้าคนเดียวในร้านหันมามองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ เขาเดินปิดปากหาวเข้ามาจ่ายเงินหน้าโต๊ะที่เฮซองนั่งอยู่ แบงค์พันวอนเกือบสิบใบถูกวางมาข้างหน้า
“ออกไปข้างนอกบ้างล่ะซองกี้ นายตัวซีดจนเหมือนดักแด้ในสตาร์คราฟแล้วนะ” ลูกค้าคนนั้นพูดขึ้นแล้วหัวเราะเบาๆ เฮซองจิ๊ปากอย่างขัดใจแล้วโบกมือไล่ชายหนุ่มออกไปไกลๆ
เขาเดินหัวเราะออกไปตามทาง เปิดประตูร้านออก แล้วหันมาบอกอีกทีด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “เฮ้! ฉันพูดด้วยความเป็นห่วงนะ!!”
เฮซองได้แต่ส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอ กดคลิกอะไรอีกสองสามที แล้วเอนหลังมาพิงพนัก มองฝีมือตัวเองในจออย่างพออกพอใจ
ตึกๆๆๆ
เอริคนั่งเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเร็วๆอย่างเบื่อหน่าย เพลงที่เปิดอยู่เป็นเพลงป็อปบัลลาร์ดที่ทำเอาตาเขาแทบจะปิด นาฬิกาที่ตั้งอยู่ข้างๆเปลี่ยนตัวเลขไปเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป
เขามองออกไปนอกถนนที่เฉอะแฉะอย่างนึกรังเกียจ เกลียดอากาศบ้าๆแบบนี้ที่สุด แล้วก็ไอ้เสียงเปาะแปะ เปาะแปะ นั่นอีก เลื่อนสายตามามองหน้าปัดนาฬิกา อีกแค่ไม่กี่วินาทีแล้ว ที่เขาจะได้จบการทำงานในวันนี้ซักที จะได้กลับบ้านไปอาบน้ำ เช็ดตัวให้แห้งสนิท กระโดดลงนอนบนเตียงนุ่มๆ
เอริคกรอกเสียงที่ใครๆบอกว่ามีเสน่ห์ลงในไมโครโฟน คำล่ำลาที่น่าเบื่อหน่าย เช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์ ก่อนจะสะพายกระเป๋า หยิบหมวกแก็ปขึ้นมาสวม แล้วก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป
ปังง!
เสียงปิดประตูโครมใหญ่จากข้างบนเรียกสติของเฮซองกลับมาอีก ร่างสูงโปร่งขยับตัวออกจากเก้าอี้ที่นั่งมาตลอดวัน นึกขอบคุณเสียงปิดประตูที่ช่วยเตือนเขาทุกวันว่าจะต้องลุกไปกินข้าวได้แล้ว ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆย่ำลงมาจากชั้นบน
เฮซองคว้าเสื้อโค้ตที่แขวนอยู่ขึ้นมาสวม แล้วเลื่อนประตูออกเพื่อไปข้างนอก
จู่ๆเสียงฝีเท้าก็หยุดลง เอริคมองคนที่เพิ่งเปิดประตูออกมาด้วยสายตาตื่นๆ สองมือที่ล้วงอยู่ในกระเป๋าเผลอกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว ใครคนนั้นหันมาสบตาแล้วก้มหัวลงเล็กๆเพื่อเป็นการทักทาย ริมฝีปากบางคลี่ออกอย่างน่าดู ก่อนจะเดินลงไปตามบันได้อย่างไม่รีบร้อน
เอริคยิ้มเยาะตัวเอง โตป่านนี้แล้วแกยังจะกลัวผีอีกนะ เอริค
เสียงฝีเท้าหนักที่ก้าวตามมาข้างหลังทำเอาเฮซองชะงักไปวูบหนึ่ง แต่ก็วูบเดียวเท่านั้นแหละ บันได้มีไว้แค่ขึ้นไม่ก็ลง ถ้าเขาไม่ขึ้นก็ต้องลง มันเป็นเรื่องที่แสนธรรมดาในชีวิตประจำวัน
เฮซองยิ้มให้กับตัวเอง รู้สึกดีที่ไม่ได้มีแต่เสียงเท้าของเขาคนเดียวที่ก้องไปตามทางเดินนี้
ต่อกๆๆ
เสียงพนักงานของร้านสะดวกซื้อกดเครื่องเก็บเงินอย่างเซ็งๆดังไปทั่วร้านอันสว่างไสว เฮซองชอบเสียงต่างๆที่ดังขึ้นแทรกในความเงียบ แสดงถึงการมีอยู่ของสิ่งต่างๆนอกเหนือจากตัวเอง พนักงานคนนั้นชี้ให้เห็นถึงตัวเลขที่จะต้องจ่าย มือเรียวหยิบแบงค์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้กับคนตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน
เปาะ เปาะ...
ฝนหยุดตกไปนานแล้ว
แต่เม็ดฝนยังคงเกาะอยู่ตามอาคารและหลังคาต่างๆ เฮซองทรุดตัวลงนั่งตรงขอบกำแพงข้างๆร้านสะดวกซื้อแล้วหยิบส้อมขึ้นมาจัดการกับบะหมี่ถ้วยตรงหน้า
ปึงง!!
เขาสะดุ้งน้อยๆ แล้วหันไปมองคนที่ทำให้เกิดเสียงดัง ผู้ชายคนที่เดินลงมาจากชั้นบนกระชากประตูร้านออกมาอย่างเร่งรีบ คิ้วเข้มขมวดราวกับในโลกนี้มีแต่เรื่องให้หงุดหงิด เขาเหลือบมองมาทางนี้แวบหนึ่งก่อนสาวท้าวออกไปอย่างรีบร้อน
คนอะไร แปลกชะมัด.. เฮซองรำพึงในใจ
ปังงง!!
เสียงปิดประตูทำให้ชายหนุ่มคนเดิมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาวิ่งไปคว้าเสื้อโค้ทแล้วเลื่อนประตูออกไปจากร้าน ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้วตั้งแต่วันนั้นที่เจอกับ “คนข้างบน” เป็นครั้งแรก เฮซองยิ้มให้กับตัวเองเมื่อตระหนักได้ว่าได้อาศัยเสียงนี่เป็นสัญญาณบอกเวลาอาหารของตัวเองไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เขายิ้มทักทายให้กับคนที่กำลังเดินลงมาเหมือนเคย ชายหนุ่มคนนั้นจ้องมาที่เขาแล้วเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจ เสียงฝีเท้าหนักๆถูกย่ำไปตามทางเดินเหมือนทุกวัน
แต่จู่ๆหัวใจของเอริคมุนก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมา
บ้าเอ้ยย... มันก็เป็นแบบนี้มาทุกวันนี่หว่า ตื่นเต้นอะไรวะเอริค
เขาเกาหัวแกรกๆแบบไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองนัก วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ใช่... แต่เหมือนมีอะไรติดใจ อะไรซักอย่างที่คาอยู่ในใจ นึกให้ออกสิเอริค อะไรบางอย่างที่มันกวนใจอยู่น่ะ
เอริคเดินตามชายหนุ่มข้างหน้าข้ามถนนไปยังร้านสะดวกซื้อตรงข้าม ในใจครุ่นคิดอย่างหนักถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังสะกิดใจอยู่ เสียงรองเท้าบูทย่ำไปตามแอ่งน้ำที่เฉอะแฉะยิ่งเพิ่มความสับสนให้กับเขาเข้าไปใหญ่
เอริคมองไปข้างหน้า แต่แล้วก่อนที่คนข้างหน้าจะก้าวเท้าเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ มือหนาก็เอื้อมไปคว้าแขนภายใต้เสื้อโค้ทนั้นไว้เสียก่อน รู้สึกได้ถึงความบอบบางของรูปร่างกว่าที่ตัวเองคิดไว้
วินาทีนั้นเอริคไม่สงสัยว่าติดใจอะไรอีกต่อไปแล้ว
วินาทีที่ได้เห็นใบหน้าของคนข้างหน้า
“หือ?” คนตัวเล็กกว่ามองมาที่เขาอย่างตื่นๆปนหวาดระแวง
เอริคหัวเราะในลำคอก่อนจะเปล่งเสียงออกมา
“นายชื่ออะไรน่ะ??”
เสียงหัวเราะของเอริคดังก้องไปทั้งถนนที่เงียบเหงา ขำตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาจะติดใจกับอิแค่เรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้
แปะ..
น้ำหนึ่งหยดหล่นลงมาประทับที่ปลายจมูกของชายหนุ่ม
เปาะแปะ เปาะแปะ....
เอริคหันขึ้นไปมองท้องฟ้าอันมืดสนิทก่อนจะหัวเราะให้กับตัวเองอีกครั้ง ฝนตกอีกแล้วหรอ? เม็ดฝนค่อยๆลงมาหนาขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นม่านอันแพรวพราวในยามค่ำคืน
แต่ทว่า ฝนในใจของเขากลับค่อยๆซาลง.. เอริคยิ้มให้กับตัวเอง
เปาะแปะ เปาะแปะ...
ชินเฮซองงั้นหรอ ?
---------------( F I N )---------------
-- A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z --
Because Ric-Syung are meant to be ..
ไร้เหตุผลดี ชอบ..
ช่วงนี้ฝนตกอีกแล้ว แต่ยุ่งกว่าตอนนั้นเยอะเลย
ฮือฮือ .. ชอบคู่นี้จัง